<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	
	>
<channel>
	<title>Comments on: เรื่องของเจ้าบ่าว</title>
	<atom:link href="http://pookpintokao.com/?feed=rss2&#038;p=8" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://pookpintokao.com/?p=8</link>
	<description>ผูกชีวิต ผูกหัวใจชาวนาและชาวเมืองให้เป็นหนึ่งด้วยข้าวไทย</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Oct 2014 00:37:07 +0000</lastBuildDate>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.9.11</generator>
	<item>
		<title>By: pookpintokao</title>
		<link>http://pookpintokao.com/?p=8#comment-17</link>
		<dc:creator><![CDATA[pookpintokao]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2014 00:37:07 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://pookpintokao.com/?p=8#comment-17</guid>
		<description><![CDATA[ขอบพระคุณคุณเรวัตตะมากๆนะคะ
(อยากให้คุณพูดคุยกับเราที่ทางเพจ http://www.facebook.com/pookpintokao จะดีมากๆ เลยค่ะ)
ไม่แน่ใจว่า คุณที่สนใจจะเป็น เจ้าบ่าวกับเราไหมคะ? 

สำหรับ คุณสมบัติเจ้าบ่าวของเรา ก็คือเป็นชาวนาที่เชื่อในวิถีอินทรีย์ และมีความรักในข้าว ในผืนดิน ผืนน้ำ จนไม่อาจจะทำร้ายได้ด้วยเคมี ทำให้เลิกเคมีเด็ดขาด ไม่มีเคมีสักหยด สักเม็ด ในทุกตารางนิ้วของนา และในทุกขั้นตอนค่ะ แม้ว่าจะเพิ่งเลิกหรือเลิกมานานแล้วก็ได้ทั้งนั้นค่ะ

หาก คุณสมบัตินี้ใช่คุณ พวกเรา “แม่สื่อ” อยากรู้จักคุณให้มากขึ้นค่ะ รบกวนช่วยเขียนเล่าเรื่องราวของคุณให้เราฟังหน่อยนะคะ เล่าสบายๆ สไตล์คุณเลยค่ะ หากเขียนใน word document แล้วแปะรูปภาพที่คุณอยากให้เราเห็น จะยิ่งดีค่ะ แล้วส่งมาให้เราที่ข้อความ inbox ที่เพจของเรานะคะ

1. เล่าเกี่ยวกับตัวคุณและครอบครัวหน่อยค่ะ
2. ที่อยู่ของคุณ และเบอร์ติดต่อ
3. นาของคุณ ขนาด ข้าวที่คุณปลูก จำนวนที่ได้หรือคาดว่าจะได้ ระยะเวลา สำหรับการเก็บเกี่ยวครั้งต่อไป
4. แรงบันดาลใจ ที่คุณเลิกเคมี หันมาทำนาอินทรีย์ (ผูกปิ่นโตข้าวจะรับเจ้าบ่าวที่เลิกเคมีเด็ดขาดเท่านั้นค่ะ ไม่มีเคมีสักเม็ดหรือสักหยดในทุกขั้นตอนการทำนาเลยค่ะ)
5. เมื่อเลิกเคมีแล้ว ชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างไร ผืนดินของคุณดีขึ้นอย่างไร
6.อยากฝากอะไรถึงเจ้าสาวและแม่สื่อคะ
ขอบพระคุณที่มาร่วม “ผูกปิ่นโตข้าว“ กันนะคะ จะรออ่านเรื่องราวจากคุณนะคะ]]></description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบพระคุณคุณเรวัตตะมากๆนะคะ<br />
(อยากให้คุณพูดคุยกับเราที่ทางเพจ <a href="http://www.facebook.com/pookpintokao" rel="nofollow">http://www.facebook.com/pookpintokao</a> จะดีมากๆ เลยค่ะ)<br />
ไม่แน่ใจว่า คุณที่สนใจจะเป็น เจ้าบ่าวกับเราไหมคะ? </p>
<p>สำหรับ คุณสมบัติเจ้าบ่าวของเรา ก็คือเป็นชาวนาที่เชื่อในวิถีอินทรีย์ และมีความรักในข้าว ในผืนดิน ผืนน้ำ จนไม่อาจจะทำร้ายได้ด้วยเคมี ทำให้เลิกเคมีเด็ดขาด ไม่มีเคมีสักหยด สักเม็ด ในทุกตารางนิ้วของนา และในทุกขั้นตอนค่ะ แม้ว่าจะเพิ่งเลิกหรือเลิกมานานแล้วก็ได้ทั้งนั้นค่ะ</p>
<p>หาก คุณสมบัตินี้ใช่คุณ พวกเรา “แม่สื่อ” อยากรู้จักคุณให้มากขึ้นค่ะ รบกวนช่วยเขียนเล่าเรื่องราวของคุณให้เราฟังหน่อยนะคะ เล่าสบายๆ สไตล์คุณเลยค่ะ หากเขียนใน word document แล้วแปะรูปภาพที่คุณอยากให้เราเห็น จะยิ่งดีค่ะ แล้วส่งมาให้เราที่ข้อความ inbox ที่เพจของเรานะคะ</p>
<p>1. เล่าเกี่ยวกับตัวคุณและครอบครัวหน่อยค่ะ<br />
2. ที่อยู่ของคุณ และเบอร์ติดต่อ<br />
3. นาของคุณ ขนาด ข้าวที่คุณปลูก จำนวนที่ได้หรือคาดว่าจะได้ ระยะเวลา สำหรับการเก็บเกี่ยวครั้งต่อไป<br />
4. แรงบันดาลใจ ที่คุณเลิกเคมี หันมาทำนาอินทรีย์ (ผูกปิ่นโตข้าวจะรับเจ้าบ่าวที่เลิกเคมีเด็ดขาดเท่านั้นค่ะ ไม่มีเคมีสักเม็ดหรือสักหยดในทุกขั้นตอนการทำนาเลยค่ะ)<br />
5. เมื่อเลิกเคมีแล้ว ชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างไร ผืนดินของคุณดีขึ้นอย่างไร<br />
6.อยากฝากอะไรถึงเจ้าสาวและแม่สื่อคะ<br />
ขอบพระคุณที่มาร่วม “ผูกปิ่นโตข้าว“ กันนะคะ จะรออ่านเรื่องราวจากคุณนะคะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เรวัตตะ</title>
		<link>http://pookpintokao.com/?p=8#comment-11</link>
		<dc:creator><![CDATA[เรวัตตะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2014 03:17:10 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://pookpintokao.com/?p=8#comment-11</guid>
		<description><![CDATA[27 ตุลาคม 2557
สวัสดีครับ ผมและครอบครัวมีอาชีพรับราชการ อยู่ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
เป็นโรคภูมิแพ้ จึงหันมาสนใจเรื่องการออกกำลังกายและการรับประทานอาหาร
เห็นโทษภัยของการใช้สารเคมีในการทำนาและการเกษตรทุกอย่าง จึงต้องมาทำเอง

มีที่นาและสวนอย่างละ 1 ไร่ 2 งาน (รวมเป็น 3 ไร่) ที่อำเภอนครไทย พิษณุโลก
ปลูกข้าวหอมมะลิของบ้านหนองป่าแดง ต.นาบัว อ.นครไทย พิษณุโลก เป็นปีที่ 8 ทำนาปีเท่านั้น
โดยไม่ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชเลย  ใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพที่ทำเองจากวัชพืชและผลไม้
แต่ยังคงเสริมปุ๋ยเคมีบ้างคือ จะใช้ปุ๋ยเคมีตราหัววัวคันไถ สูตร 16-8-8 ในระยะแตกกอของข้าว 
คือหลังจากปักดำใหม่ ๆ ในอัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ เพียงครั้งเดียว
ในอนาคตคือหลังจากสิบปีไปแล้ว จะเลิกสารเคมีอย่างแน่นอน

พืชผักและผลไม้ที่ได้ จะเก็บไว้ทานเองและแบ่งปันกันในหมู่ญาติและบ้านใกล้เรือนเคียง
ได้ข้าวเปลือกหอมมะลิประมาณ 600 - 700 กิโลกรัมต่อปี ใช้ทานเอง แบ่งปันให้ญาติและทำบุญประทายข้าวเปลือก
โดยมีเครื่องสีข้าวกล้องขนาดครัวเรือนไว้สีเอง จะสีเป็นข้าวกล้องอย่างเดียว และสีเดือนละหนึ่งครั้ง

ความมุ่งหวัง คือ  1. อยากอนุรักษ์  แบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง การทำนาข้าวแบบดั้งเดิมและการเป็นอยู่แบบไทย ๆ
                            2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องโทษภัยของการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวันจากประสบการณ์ตรง
                            3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำข้าวกล้องที่มีคุณภาพแบบคนสีข้าวทานเองในครอบครัว

ด้วยความปรารถนาดีจากครอบครัว...สุรีวัฒน์
สุรีพร(087 7325893) - เรวัตตะ(087 3069158)]]></description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>27 ตุลาคม 2557<br />
สวัสดีครับ ผมและครอบครัวมีอาชีพรับราชการ อยู่ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก<br />
เป็นโรคภูมิแพ้ จึงหันมาสนใจเรื่องการออกกำลังกายและการรับประทานอาหาร<br />
เห็นโทษภัยของการใช้สารเคมีในการทำนาและการเกษตรทุกอย่าง จึงต้องมาทำเอง</p>
<p>มีที่นาและสวนอย่างละ 1 ไร่ 2 งาน (รวมเป็น 3 ไร่) ที่อำเภอนครไทย พิษณุโลก<br />
ปลูกข้าวหอมมะลิของบ้านหนองป่าแดง ต.นาบัว อ.นครไทย พิษณุโลก เป็นปีที่ 8 ทำนาปีเท่านั้น<br />
โดยไม่ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชเลย  ใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพที่ทำเองจากวัชพืชและผลไม้<br />
แต่ยังคงเสริมปุ๋ยเคมีบ้างคือ จะใช้ปุ๋ยเคมีตราหัววัวคันไถ สูตร 16-8-8 ในระยะแตกกอของข้าว<br />
คือหลังจากปักดำใหม่ ๆ ในอัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ เพียงครั้งเดียว<br />
ในอนาคตคือหลังจากสิบปีไปแล้ว จะเลิกสารเคมีอย่างแน่นอน</p>
<p>พืชผักและผลไม้ที่ได้ จะเก็บไว้ทานเองและแบ่งปันกันในหมู่ญาติและบ้านใกล้เรือนเคียง<br />
ได้ข้าวเปลือกหอมมะลิประมาณ 600 &#8211; 700 กิโลกรัมต่อปี ใช้ทานเอง แบ่งปันให้ญาติและทำบุญประทายข้าวเปลือก<br />
โดยมีเครื่องสีข้าวกล้องขนาดครัวเรือนไว้สีเอง จะสีเป็นข้าวกล้องอย่างเดียว และสีเดือนละหนึ่งครั้ง</p>
<p>ความมุ่งหวัง คือ  1. อยากอนุรักษ์  แบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง การทำนาข้าวแบบดั้งเดิมและการเป็นอยู่แบบไทย ๆ<br />
                            2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องโทษภัยของการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวันจากประสบการณ์ตรง<br />
                            3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำข้าวกล้องที่มีคุณภาพแบบคนสีข้าวทานเองในครอบครัว</p>
<p>ด้วยความปรารถนาดีจากครอบครัว&#8230;สุรีวัฒน์<br />
สุรีพร(087 7325893) &#8211; เรวัตตะ(087 3069158)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: pookpintokao</title>
		<link>http://pookpintokao.com/?p=8#comment-5</link>
		<dc:creator><![CDATA[pookpintokao]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Oct 2014 04:33:58 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://pookpintokao.com/?p=8#comment-5</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะคุณตุลย์ ทางเราได้รับเรื่องของคุณผ่านหน้า fan page แล้วนะคะ ขอต้อนรับเป็นว่าที่เจ้าบ่าวนะคะ ไว้คุยกันทาง fan page นะคะ]]></description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะคุณตุลย์ ทางเราได้รับเรื่องของคุณผ่านหน้า fan page แล้วนะคะ ขอต้อนรับเป็นว่าที่เจ้าบ่าวนะคะ ไว้คุยกันทาง fan page นะคะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ตุลย์</title>
		<link>http://pookpintokao.com/?p=8#comment-4</link>
		<dc:creator><![CDATA[ตุลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2014 16:31:41 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://pookpintokao.com/?p=8#comment-4</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ
	ผมชื่อตุลย์ อายุ 30 ปี ตอนนี้ทำงานเป็นเซลล์อยู่ที่กทม.ครับ บ้านเกิดอยู่จ.กาญจนบุรีเป็นคนเมืองโดยกำเนิดครับ พ่อเป็นหมอ แม่เป็นเภสัชกรแผนปัจจุบันครับ ที่บ้านเป็นคลินิคและร้านขายยาทำให้ได้เจอคนไข้มากมายหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นโรคพื้นฐานเช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ฯลฯ ตอนนี้ที่พบบ่อยมากๆจนน่ากลัวคือมะเร็งครับ ทำให้ผมมานั่งคิดๆว่า ทุกวันนี้การที่เราป่วยมันเป็นเพราะอะไร อาหารที่เรารับประทานเข้าไปใช่หรือไม่ เกิดอะไรขึ้นกับการเกษตรของไทย ทำไมต้องมีการใช้สารเคมีที่อันตรายมากมายในอาหารที่ปลูกมาให้เราทาน มันส่งผลต่อสุขภาพร่างกายเราจนทำให้เราเป็นโรคกันมากมายอย่างทุกวันนี้ ด้วยความที่ชอบปลูกต้นไม้ด้วยครับ แล้วก็พอมีที่ดินของพ่อแม่ ก็เลยขอแบ่งที่มาปลูกข้าวเพื่อไว้กินเองครับ (ที่บ้านไม่เคยทำนามาก่อนเลยครับ) เริ่มต้นทำนาอินทรีย์เป็นครั้งแรกเป็นนาปีปลูกหอมมะลิ 105 เมื่อปีที่แล้วครับ  (พ.ศ.2556) ใช้แค่ปุ๋ยคอก ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง หรือปุ๋ยเคมีใดๆเลยครับ เพราะรอบแปลงนาแม่ขุดคลองไว้รอบนา เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในแปลงนา แล้วน้องก็เลี้ยงปลาไว้ด้วยกลัวว่ามันจะมีผลต่อปลาครับ 

	ก่อนจะเริ่มปลูกก็หาข้อมูลมาพอสมควรครับ แต่ผมไม่ได้ลงไปทำเองนะครับ คือจ้างเค้ามาเตรียมดิน ดำนา ใส่ปุ๋ย เกี่ยวข้าว แล้วเราดูแลเเองครับ ถ้าดูสภาพข้าวผิดปกติ ก็ถ่ายรูปส่งไปถามเพื่อนที่เป็นชาวนาอาชีพเอาครับว่าเป็นอะไรจะแก้ไขอย่างไรดี พึ่งเริ่มต้นยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยครับ ตอนเริ่มมาทำนาชาวบ้านที่ทำนาแถวนั้นก็คงแอบคิดว่าผมบ้านะครับ ที่เริ่มต้นก็จะมาทำนาอินทรีย์เลยมันจะได้กินเหรอ สู้เคมีไม่ได้หรอก บ้างก็ว่าเป็นชาวนายูทูป ฯลฯ  ปรากฎว่าผลผลิตออกมาค่อนข้างดีเลยครับ พื้นที่ปลูกข้าว 7  ไร่ ได้ข้าวเปลือกมา 3  ตันกว่า (โล่งใจครับ ลบคำสบประมาทได้ประมาณนึงละ 55 )ปีนี้ก็เลยทำนาปีอีกครับแต่รอบนี้ปลูกหอมมะลิสุรินทร์เป็นพันธุ์พื้นเมืองของชาวบ้านได้มาจากทางสุรินทร์เลยครับ พึ่งเริ่มดำไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ตอนนี้ก็ใกล้ตั้งท้องแล้วครับ น่าจะเกี่ยวได้ช่วงปลายพ.ย.- ต้นธ.ค.นี้ครับ  ^^

	ผมเก็บข้าวหอมมะลิ 105 ไว้ในรูปข้าวเปลือกครับ ซื้อเครื่องสีเล็กทั้งข้าวขาวและข้าวกล้องมาไว้สีทานเองครับ สีไว้จำนวนไม่มากเอาไว้ทานในครอบครัวข้าวหมดถึงจะสีใหม่ครับ จะได้ทานข้าวสีใหม่ๆครับ บางส่วนก็นำมาแบ่งขายที่คลีนิค หรือเพื่อนๆ คนรู้จักสั่งก็ค่อยสีครับ ไม่อยากเอาไปสีที่โรงสีเพราะกลัวจะมีข้าวเคมีปนมาครับ ก็เลยลงทุนซื้อเครื่องมาลงแรงสีเองเลยครับ สบายใจเรา
 
	อยากให้คนหันมาใส่ใจในเรื่องอาหารที่เราทานเข้าไปมากขึ้น ชีวิตคนเมืองมีแต่ความรีบเร่งเอาสะดวก โดยลืมนึกไปว่าอาหารที่เค้าทานเข้าไปมันเหมือนเราทานสารพิษเข้าไปในร่างกายทุกวันๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวรึเปล่า ลองตั้งสติและหาข้อมูล ถึงที่มาที่ไปของกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมทุกวันนี้ว่าผู้ประกอบการเค้าทำยังไงบ้างเพื่อให้ได้มาของอาหาร ข้าว พืช ผัก ผลไม้ ที่เราๆต้องทานเข้าไปทุกๆวันกันครับ แล้วเราจะเห็นคุณค่าของการทำเกษตรอินทรีย์ครับ ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร

ขอบคุณครับ
ตุลย์ 084-9192442

160/86 ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000]]></description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ<br />
	ผมชื่อตุลย์ อายุ 30 ปี ตอนนี้ทำงานเป็นเซลล์อยู่ที่กทม.ครับ บ้านเกิดอยู่จ.กาญจนบุรีเป็นคนเมืองโดยกำเนิดครับ พ่อเป็นหมอ แม่เป็นเภสัชกรแผนปัจจุบันครับ ที่บ้านเป็นคลินิคและร้านขายยาทำให้ได้เจอคนไข้มากมายหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นโรคพื้นฐานเช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ฯลฯ ตอนนี้ที่พบบ่อยมากๆจนน่ากลัวคือมะเร็งครับ ทำให้ผมมานั่งคิดๆว่า ทุกวันนี้การที่เราป่วยมันเป็นเพราะอะไร อาหารที่เรารับประทานเข้าไปใช่หรือไม่ เกิดอะไรขึ้นกับการเกษตรของไทย ทำไมต้องมีการใช้สารเคมีที่อันตรายมากมายในอาหารที่ปลูกมาให้เราทาน มันส่งผลต่อสุขภาพร่างกายเราจนทำให้เราเป็นโรคกันมากมายอย่างทุกวันนี้ ด้วยความที่ชอบปลูกต้นไม้ด้วยครับ แล้วก็พอมีที่ดินของพ่อแม่ ก็เลยขอแบ่งที่มาปลูกข้าวเพื่อไว้กินเองครับ (ที่บ้านไม่เคยทำนามาก่อนเลยครับ) เริ่มต้นทำนาอินทรีย์เป็นครั้งแรกเป็นนาปีปลูกหอมมะลิ 105 เมื่อปีที่แล้วครับ  (พ.ศ.2556) ใช้แค่ปุ๋ยคอก ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง หรือปุ๋ยเคมีใดๆเลยครับ เพราะรอบแปลงนาแม่ขุดคลองไว้รอบนา เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในแปลงนา แล้วน้องก็เลี้ยงปลาไว้ด้วยกลัวว่ามันจะมีผลต่อปลาครับ </p>
<p>	ก่อนจะเริ่มปลูกก็หาข้อมูลมาพอสมควรครับ แต่ผมไม่ได้ลงไปทำเองนะครับ คือจ้างเค้ามาเตรียมดิน ดำนา ใส่ปุ๋ย เกี่ยวข้าว แล้วเราดูแลเเองครับ ถ้าดูสภาพข้าวผิดปกติ ก็ถ่ายรูปส่งไปถามเพื่อนที่เป็นชาวนาอาชีพเอาครับว่าเป็นอะไรจะแก้ไขอย่างไรดี พึ่งเริ่มต้นยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยครับ ตอนเริ่มมาทำนาชาวบ้านที่ทำนาแถวนั้นก็คงแอบคิดว่าผมบ้านะครับ ที่เริ่มต้นก็จะมาทำนาอินทรีย์เลยมันจะได้กินเหรอ สู้เคมีไม่ได้หรอก บ้างก็ว่าเป็นชาวนายูทูป ฯลฯ  ปรากฎว่าผลผลิตออกมาค่อนข้างดีเลยครับ พื้นที่ปลูกข้าว 7  ไร่ ได้ข้าวเปลือกมา 3  ตันกว่า (โล่งใจครับ ลบคำสบประมาทได้ประมาณนึงละ 55 )ปีนี้ก็เลยทำนาปีอีกครับแต่รอบนี้ปลูกหอมมะลิสุรินทร์เป็นพันธุ์พื้นเมืองของชาวบ้านได้มาจากทางสุรินทร์เลยครับ พึ่งเริ่มดำไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ตอนนี้ก็ใกล้ตั้งท้องแล้วครับ น่าจะเกี่ยวได้ช่วงปลายพ.ย.- ต้นธ.ค.นี้ครับ  ^^</p>
<p>	ผมเก็บข้าวหอมมะลิ 105 ไว้ในรูปข้าวเปลือกครับ ซื้อเครื่องสีเล็กทั้งข้าวขาวและข้าวกล้องมาไว้สีทานเองครับ สีไว้จำนวนไม่มากเอาไว้ทานในครอบครัวข้าวหมดถึงจะสีใหม่ครับ จะได้ทานข้าวสีใหม่ๆครับ บางส่วนก็นำมาแบ่งขายที่คลีนิค หรือเพื่อนๆ คนรู้จักสั่งก็ค่อยสีครับ ไม่อยากเอาไปสีที่โรงสีเพราะกลัวจะมีข้าวเคมีปนมาครับ ก็เลยลงทุนซื้อเครื่องมาลงแรงสีเองเลยครับ สบายใจเรา</p>
<p>	อยากให้คนหันมาใส่ใจในเรื่องอาหารที่เราทานเข้าไปมากขึ้น ชีวิตคนเมืองมีแต่ความรีบเร่งเอาสะดวก โดยลืมนึกไปว่าอาหารที่เค้าทานเข้าไปมันเหมือนเราทานสารพิษเข้าไปในร่างกายทุกวันๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวรึเปล่า ลองตั้งสติและหาข้อมูล ถึงที่มาที่ไปของกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมทุกวันนี้ว่าผู้ประกอบการเค้าทำยังไงบ้างเพื่อให้ได้มาของอาหาร ข้าว พืช ผัก ผลไม้ ที่เราๆต้องทานเข้าไปทุกๆวันกันครับ แล้วเราจะเห็นคุณค่าของการทำเกษตรอินทรีย์ครับ ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร</p>
<p>ขอบคุณครับ<br />
ตุลย์ 084-9192442</p>
<p>160/86 ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
